การยืนยันการเห็นดวงจันทร์เสี้ยวด้วยกล้องหรืออุปกรณ์ขยายการมองเห็นสมัยใหม่

หมวดหมู่ :

·

·

บทเรียนวิชาการอิสลาม ศูนย์อิสลามศึกษามัสยิดดาริสสลาม

วิชา:(قضايا فقهية المعاصرة)

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางนิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮ์) ร่วมสมัย

อ.มุบาร็อก  แดงโกเมน

                               🌸ประเด็นที่ 13 🌸 (23 ม.ค 69)

เรื่อง: การยืนยันการเห็นดวงจันทร์เสี้ยวด้วยกล้องหรืออุปกรณ์ขยายการมองเห็นสมัยใหม่[1]

  • ประเด็นปัญหาและหลักฐานในประเด็นนี้.       

         หลักเดิมคือการเห็นดวงจันทร์เสี้ยวด้วยตาเปล่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ใช้มาตั้งแต่ยุคต้นของอิสลาม แต่ในยุคปัจจุบันได้มีการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ช่วยขยายการมองเห็นให้เหนือกว่าตาเปล่า เช่น กล้องส่องทางไกล และบางชนิดรวมทั้งการขยายและการโฟกัสภาพ เช่น กล้องโทรทรรศน์และหอดูดาว โดยเมื่อมีการป้อนข้อมูลตำแหน่งของดวงจันทร์แล้ว กล้องโทรทรรศน์จะหันไปยังดวงจันทร์โดยอัตโนมัติและติดตามจนกระทั่งดวงจันทร์ลับขอบฟ้า

  • คำถาม: “ดังนั้น การเห็นดวงจันทร์เสี้ยวผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ถือว่าใช้ได้ตามหลักศาสนาหรือไม่ หรือว่าศาสนาถือเฉพาะการเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น…?
  • ข้อวินิจฉัยทางศาสนา (حكم المسألة)

         สิ่งที่ถือว่าใช้ได้คือ “การเห็นดวงจันทร์เสี้ยว” ตามความทั่วไปของคำกล่าวของท่านนบี ﷺ ว่าเมื่อพวกท่านเห็นมัน (ดวงจันทร์เสี้ยว) ก็จงถือศีลอด และเมื่อพวกท่านเห็นมันก็จงเลิกถือศีลอด(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ เลขที่ 1900 และมุสลิม เลขที่ 1080)

            นักวิชาการร่วมสมัยบางท่านมีความเห็นว่า สิ่งที่ถือว่าใช้ได้คือการเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น และอุปกรณ์เหล่านี้เป็นเพียงเครื่องช่วย ไม่สามารถยึดถือเป็นหลักได้ ดังนั้น หากไม่สามารถเห็นดวงจันทร์เสี้ยวด้วยตาเปล่า แต่เห็นผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ การเห็นดังกล่าวก็ไม่ถือว่าใช้ได้ พวกเขาอ้างหลักฐานว่า การ “เห็น” ที่ถูกกล่าวถึงในหะดีษของท่านนบี ﷺ — รวมถึงหะดีษข้างต้น — หมายถึงการเห็นด้วยตาเปล่า เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ไม่เคยมีอยู่ในสมัยของท่านนบี ﷺ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการร่วมสมัยส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การเห็นดวงจันทร์เสี้ยวผ่านวิธีการใดก็ตามที่เป็นการขยายการมองเห็น เช่น กล้องส่องทางไกล กล้องโทรทรรศน์ และหอดูดาว ถือว่าใช้ได้ และความเห็นนี้ได้รับการยอมรับโดยคณะสภานักวิชาการอาวุโสแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมีมติความว่า:

  • มติเลขที่ (108) ลงวันที่ 2/11/1403 ฮ.ศ.

            ขอสรรเสริญต่ออัลลอฮ์ และขอความสันติและพรจงมีแด่บ่าวและศาสนทูตของพระองค์ คือ นบีมุฮัมมัด ตลอดจนวงศ์วานและบรรดาศอฮาบะฮ์ของท่าน

         ในการประชุมสมัยที่ 22 ของสภานักวิชาการอาวุโส ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองฏออิฟ ตั้งแต่วันที่ 20 เดือนเชาวาล จนถึงวันที่ 2 เดือนซุลเกาะดะฮ์ ปี 1403 ฮ.ศ. สภาได้พิจารณาประเด็นเรื่องการจัดตั้งหอดูดาวทางดาราศาสตร์เพื่อใช้ช่วยในการตรวจดูดวงจันทร์เสี้ยว ตามพระบรมราชโองการที่ส่งถึงประธานใหญ่ฝ่ายวิจัยทางวิชาการ การฟัตวา การดะอ์วะฮ์ และการชี้แนะ เลขที่ (4/ص/19524) ลงวันที่ 18/8/1403 ฮ.ศ. และที่ประธานได้ส่งต่อมายังสำนักงานเลขาธิการสภานักวิชาการอาวุโส เลขที่ (2652/1/د) ลงวันที่ 1/9/1403 ฮ.ศ.

         สภาได้พิจารณามติของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามพระบรมราชโองการ เลขที่ (6/2) ลงวันที่ 2/1/1403 ฮ.ศ. ซึ่งประกอบด้วย เชคอับดุรเราะซซ๊าก อะฟีฟี สมาชิกสภานักวิชาการอาวุโสและสมาชิกคณะกรรมการถาวรแห่งสภาตุลาการสูงสุด, เชคมุฮัมมัด บิน อับดุรเราะฮีม อัลคอลิด และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยกษัตริย์ซะอูด ดร.ฟัฎล์ อะห์มัด นูร มุฮัมมัด ซึ่งได้ศึกษาประเด็นการใช้หอดูดาวในการตรวจดูดวงจันทร์เสี้ยว และได้ออกมติลงวันที่ 16/5/1403 ฮ.ศ. โดยมีสาระสำคัญดังนี้:

            ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องต้องกันใน 6 ประเด็นต่อไปนี้:

  1. การจัดตั้งหอดูดาวเพื่อเป็นปัจจัยช่วยในการตรวจดูดวงจันทร์เสี้ยว ไม่เป็นสิ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติศาสนา
  2. หากเห็นดวงจันทร์เสี้ยวด้วยตาเปล่า ก็ให้ยึดตามการเห็นนั้น แม้ว่าจะไม่เห็นผ่านหอดูดาวก็ตาม
  3. หากเห็นดวงจันทร์เสี้ยวผ่านหอดูดาวด้วยการเห็นจริงโดยใช้กล้องส่อง ถือว่าจำเป็นต้องยึดถือการเห็นนั้น แม้จะไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากพระดำรัสของอัลลอฮ์ว่า:ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกท่านเห็นจันทร์เสี้ยว (ฮิลาล) เดือนรอมฎอน ก็จงถือศีลอดและจากความทั่วไปของคำกล่าวของท่านรอซูล ﷺ ว่า:“ท่านทั้งหลายจงอย่าถือศีลอดจนกว่าพวกท่านจะเห็นจันทร์เสี้ยว (ฮิลาล) และอย่าเลิกถือศีลอดจนกว่าพวกท่านจะเห็นมัน ในกรณีหากมีเมฆบัง ก็นับให้ครบสามสิบวันของเดือนชะอ์บาน เพราะถือว่ากรณีดังกล่าวได้มีการเห็นดวงจันทร์เสี้ยวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเห็นด้วยตาเปล่าหรือผ่านกล้อง และเนื่องจากหลักฐานที่ยืนยันย่อมมีน้ำหนักเหนือกว่าการปฏิเสธ
  4. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการยืนยันดวงจันทร์เสี้ยว ขอความร่วมมือจากหอดูดาวให้ตรวจดูดวงจันทร์เสี้ยวในคืนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเห็น โดยไม่คำนึงถึงผลการคำนวณทางดาราศาสตร์ว่าจะมีหรือไม่มีดวงจันทร์เสี้ยวก็ตาม
  5. ควรจัดตั้งหอดูดาวที่มีอุปกรณ์ครบครันในทั้งสี่ภูมิภาคของราชอาณาจักร โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้กำหนดสถานที่และค่าใช้จ่าย
  6. ให้มีหอดูดาวเคลื่อนที่ เพื่อใช้ตรวจดูดวงจันทร์เสี้ยวในพื้นที่ที่มีโอกาสเห็น โดยขอความร่วมมือจากผู้ที่มีสายตาคมชัด โดยเฉพาะผู้ที่เคยเห็นดวงจันทร์เสี้ยวมาก่อน

         ภายหลังจากที่สภาได้ศึกษาประเด็นนี้อย่างรอบคอบ อภิปราย และย้อนกลับไปพิจารณามติเลขที่ (2) ซึ่งออกในการประชุมสมัยที่สอง เดือนชะอ์บาน ปี 1394 ฮ.ศ. เกี่ยวกับเรื่องดวงจันทร์ สภามีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับรองทั้งหกประเด็นดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่า การเห็นผ่านหอดูดาวหรือวิธีอื่นนั้น ต้องเป็นผู้ที่ศาลยอมรับความน่าเชื่อถือทางศาสนา และห้ามอาศัยการคำนวณทางดาราศาสตร์ในการยืนยันการเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเดือน

  • เอกสารอ้างอิง
  • ฟัตวาคณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการและการฟัตวา (เล่ม 10 หน้า 98)
  • ฟิกฮ์ประเด็นร่วมสมัยด้านอิบาดะฮ์ โดย อับดุลลอฮ์ อบูซัยด์ (เล่ม 1 หน้า 963–964)
  • วารสารอัลบะฮูษ อัลอิสลามียะฮ์ ฉบับที่ 29 หน้า 342
  • วารสารสภาฟิกฮ์อิสลาม ฉบับที่ 3 เล่มที่ 2

[1] الموسوعة الميسرة في القضايا المعاصرة وزارة التعليم العالي جامعة  الإمام محمد بن سعود الاسلامية، مركز التميز البحثي في فقه القضايا المعاصرة.


อ่านบทความอื่นๆ

ดูตามหมวดหมู่

ดูตามคำค้น

รอมฏอน ละหมาด