บทเรียนวิชาการอิสลาม ศูนย์อิสลามศึกษามัสยิดดาริสสลาม
ประจำวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569
บทเรียนวิชาฟิกฮ์ (หมวดอิบาดาต)
อาจารย์ดาวุด รอมาน
บทว่าด้วยละหมาดตะเตาวุอ์(ละหมาดสุนัต)
พึงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริงพระเจ้าของพวกท่าน ได้ทรงบัญญัติให้พวกท่าน นอกจากละหมาดฟัรฎูแล้ว ยังสามารถเข้าใกล้พระองค์ด้วยละหมาดสุนัตต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้น การทำละหมาดสุนัตจึงเป็นหนึ่งในอิบาดะฮ์ที่ประเสริฐที่สุด หลังจากการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์ และการแสวงหาความรู้ ทั้งนี้เพราะท่านนบี ﷺ ได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในการเข้าใกล้พระเจ้าของท่านด้วยละหมาดสุนัต และท่าน ﷺ กล่าวว่า
«إِسْتَقِيمُوا وَلَنْ تُحْصُوا، وَاعْلَمُوا أَنَّ خَيْرَ أَعْمَالِكُمُ الصَّلَاةُ»
“พวกท่านจงยืนหยัดในทางที่ถูกต้อง แม้ว่าพวกท่านจะไม่สามารถทำได้ครบถ้วนทั้งหมดก็ตาม และจงรู้ไว้ว่า แท้จริงการงานที่ดีที่สุดของพวกท่านคือละหมาด”(บันทึกโดยอิบนุมาญะฮ์ อะห์มัด และอัลหากิม ซึ่งอัลหากิมตัดสินว่าเป็นหะดีษศอฮีห์ และอัซซะฮะบีย์เห็นพ้องด้วย และอัลอัลบานีย์ก็รับรองความถูกต้องไว้ใน “เศาะฮีห์อัลญามิอ์”)
และละหมาดนั้นได้รวบรวมรูปแบบของอิบาดะฮ์หลายประการไว้ด้วยกัน เช่น การอ่านอัลกุรอาน การรุกัวะอ์ การสุญูด การดุอาอ์ ความนอบน้อม ความถ่อมตน การสนทนาต่อพระผู้อภิบาล การกล่าวตักบีร การกล่าวตัสบีห์ และการกล่าวศ่อละวาตแด่ท่านนบี ﷺ
* ละหมาดสุนัตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท:-
ประเภทที่หนึ่ง: ละหมาดที่มีเวลาที่กำหนดแน่นอน เรียกว่า “นาฟิละฮ์มุก็อยยะดะฮ์” (สุนัตที่มีกำหนดเวลา) มีหลายชนิด บางชนิดมีความสำคัญยิ่งกว่าบางชนิด โดยละหมาดที่สำคัญที่สุดในบรรดานั้นคือ ละหมาดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา จากนั้นคือละหมาดขอฝน จากนั้นคือละหมาดตะรอวีห์ และจากนั้นคือละหมาดวิตรฺ
ประเภทที่สอง: ละหมาดที่ไม่ได้กำหนดเวลาเฉพาะ เรียกว่า “นาฟิละฮ์มุฏละเกาะฮ์” (สุนัตทั่วไป)
และละหมาดแต่ละชนิดเหล่านี้ จะมีคำอธิบายเฉพาะซึ่งจะได้อธิบายต่อไปอินชาอัลลอฮ์
* บทว่าด้วยละหมาดวิตรฺและบทบัญญัติต่าง ๆ
เราจะเริ่มกล่าวถึงละหมาดวิตรฺ เนื่องจากความสำคัญของมัน เพราะมีผู้กล่าวว่า เป็นละหมาดสุนัตที่สำคัญที่สุด และนักวิชาการบางท่านถึงกับเห็นว่ามันเป็นวาญิบ และสิ่งใดที่มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องความเป็นวาญิบ ย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่ไม่มีความเห็นแตกต่างว่าไม่ใช่วาญิบ บรรดามุสลิมมีมติเอกฉันท์ถึงการบัญญัติละหมาดวิตรฺ ดังนั้นจึงไม่สมควรละทิ้งมัน และผู้ใดดื้อดึงละทิ้งมันเป็นประจำ การเป็นพยานของเขาย่อมถูกปฏิเสธ อิหม่ามอะห์มัดกล่าวว่า:
((مَنْ تَرَكَ الْوِتْرَ عَمْدًا، فَهُوَ رَجُلُ سُوءٍ، لَا يَنْبَغِي أَنْ تُقْبَلَ شَهَادَتُهُ))
“ผู้ใดละทิ้งละหมาดวิตรฺโดยเจตนา เขาเป็นคนไม่ดี และไม่สมควรรับการเป็นพยานของเขา”(ฟะตาวา ชัยคุลอิสลาม) และอิหม่ามอะห์มัดกับอิหม่ามอบูดาวูดได้รายงานหะดีษไปถึงท่านนบี ﷺ ว่า
«مَنْ لَمْ يُوتِرْ فَلَيْسَ مِنَّا»
“ผู้ใดไม่ละหมาดวิตรฺ เขาไม่ใช่พวกเรา” (บันทึกโดยอะห์มัด จากหะดีษของอบูฮุร็อยเราะฮ์ และอบูดาวูด จากหะดีษของบุร็อยดะฮ์)
คำว่า “วิตรฺ” ใช้เรียกทั้ง:หนึ่งร็อกอะฮ์ที่แยกเดี่ยวจากที่มาก่อนหน้าและสามร็อกอะฮ์ ห้าร็อกอะฮ์ เจ็ดร็อกอะฮ์ เก้าร็อกอะฮ์ สิบเอ็ดร็อกอะฮ์ในกรณีที่ละหมาดต่อเนื่องกันด้วยสลามเดียวแต่หากละหมาดโดยมีสองสลามขึ้นไป คำว่า “วิตรฺ” จะหมายถึง เฉพาะร็อกอะฮ์เดี่ยวสุดท้ายเท่านั้น
* เวลาของละหมาดวิตรฺ
เวลาของวิตรฺเริ่มตั้งแต่หลังละหมาดอิชาอ์ และต่อเนื่องไปจนถึงแสงอรุณขึ้น ในศ่อฮีห์ทั้งสอง จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ กล่าวว่า
« مِنْ كُلِّ اللَّيْلِ أَوْتَرَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ؛ مِنْ أَوَّلِ اللَّيْلِ، وَأَوْسَطِهِ، وَآخِرِهِ، فَانْتَهَى وِتْرُهُ إِلَى السَّحَرِ»
“ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ เคยละหมาดวิตรฺในทุกช่วงของคืน ทั้งช่วงต้นคืน กลางคืน และท้ายคืน โดยที่สุดของการละหมาดวิตรฺของท่านอยู่ในช่วงก่อนฟัจญ์รฺ” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม)
มีหะดีษมากมายที่บ่งชี้ว่า ตลอดทั้งคืนเป็นเวลาของละหมาดวิตรฺ ยกเว้นก่อนละหมาดอิชาอ์ ดังนั้นผู้ใดมั่นใจว่าจะตื่นในช่วงท้ายคืน การเลื่อนวิตรฺไปท้ายคืนย่อมประเสริฐกว่าและผู้ใดไม่มั่นใจว่าจะตื่นช่วงท้ายคืน ก็ให้ละหมาดวิตรฺก่อนนอน อิหม่ามมุสลิมได้รายงานจากญาบิร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ﷺ ว่า
«أَيُّكُمْ خَافَ أَلَّا يَقُومَ مِنْ آخِرِ اللَّيْلِ، فَلْيُوتِرْ ثُمَّ لِيَرْقُدْ، وَمَنْ وَثِقَ بِقِيَامٍ مِنَ اللَّيْلِ، فَلْيُوتِرْ مِنْ آخِرِهِ؛ فَإِنَّ قِرَاءَةَ آخِرِ اللَّيْلِ مَحْضُورَةٌ، وَذَلِكَ أَفْضَلُ»
“ผู้ใดในหมู่พวกท่านกลัวว่าจะไม่ตื่นในช่วงท้ายคืน ก็ให้ละหมาดวิตรฺก่อนแล้วจึงนอน และผู้ใดมั่นใจว่าจะตื่นกลางคืน ก็ให้ละหมาดวิตรฺในช่วงท้ายคืน เพราะแท้จริงการอ่านในช่วงท้ายคืนนั้นมีมลาอิกะฮ์เข้าร่วม และนั่นประเสริฐกว่า”(บันทึกโดยมุสลิม)
* จำนวนร็อกอะฮ์ของวิตรฺ
ขั้นต่ำของวิตรฺคือหนึ่งร็อกอะฮ์ เพราะมีหะดีษรายงานเช่นนั้น และมีรายงานยืนยันจากเศาะหาบะฮ์สิบคน รอฎิยัลลอฮุอันฮุม แต่ที่ประเสริฐและสมบูรณ์กว่าคือ ให้มีละหมาดรอกอัตจำนวนคู่ ก่อนหนึ่งร็อกอะฮ์วิตรฺ
และจำนวนสูงสุดของวิตรฺคือสิบเอ็ดร็อกอะฮ์ หรือสิบสามร็อกอะฮ์ โดยละหมาดทีละสองร็อกอะฮ์ แล้วปิดท้ายด้วยหนึ่งร็อกอะฮ์วิตรฺ จากคำกล่าวของอาอิชะฮ์รอฎิยัลลอฮุอันฮาว่า
«كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يُصَلِّي بِاللَّيْلِ إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً، يُوتِرُ مِنْهَا بِوَاحِدَةٍ»
“ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ เคยละหมาดกลางคืนสิบเอ็ดร็อกอะฮ์ โดยทำวิตรฺด้วยหนึ่งร็อกอะฮ์”(บันทึกโดยมุสลิม)
และอีกสำนวนหนึ่งว่า
«يُسَلِّمُ بَيْنَ كُلِّ رَكْعَتَيْنِ، وَيُوتِرُ بِوَاحِدَةٍ»
“ท่านนบี ﷺ จะให้สลามทุก ๆ สองร็อกอะฮ์ แล้วปิดท้ายด้วยการละหมาดวิตรฺหนึ่งร็อกอะฮ์” (บันทึกโดยอันนะสาอีย์ และอิบนุมาญะฮ์)
และสามารถละหมาดต่อเนื่องสิบเอ็ดร็อกอะฮ์ได้ โดยนั่งตะชะฮ์ฮุดหลังร็อกอะฮ์ที่สิบโดยไม่ให้สลาม จากนั้นลุกขึ้นทำร็อกอะฮ์ที่สิบเอ็ด แล้วจึงตะชะฮ์ฮุดและให้สลาม หรือจะละหมาดต่อเนื่องทั้งหมด และไม่นั่งเลยจนถึงร็อกอะฮ์ที่สิบเอ็ด แล้วจึงตะชะฮ์ฮุดและให้สลามก็ได้ แต่รูปแบบแรกประเสริฐกว่า
• และสามารถละหมาดวิตรฺเก้าร็อกอะฮ์ โดยละหมาดต่อเนื่องแปดร็อกอะฮ์ แล้วนั่งหลังร็อกอะฮ์ที่แปด เพื่ออ่านตะชะฮ์ฮุดแรกโดยไม่ให้สลาม จากนั้นลุกขึ้นทำร็อกอะฮ์ที่เก้า แล้วจึงอ่านตะชะฮ์ฮุดสุดท้ายและให้สลาม
• และสามารถละหมาดวิตรฺเจ็ดร็อกอะฮ์ หรือห้าร็อกอะฮ์ โดยไม่นั่งเลยจนถึงร็อกอะฮ์สุดท้าย แล้วจึงตะชะฮ์ฮุดและให้สลาม ตามคำกล่าวของอุมมุสะละมะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า
«كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يُوتِرُ بِسَبْعٍ وَبِخَمْسٍ، لَا يَفْصِلُ بَيْنَهُنَّ بِسَلَامٍ وَلَا كَلَامٍ»
“ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ ได้ละหมาดวิตรฺด้วยเจ็ดร็อกอะฮ์และห้าร็อกอะฮ์ โดยไม่คั่นระหว่างนั้นด้วยสลามหรือการพูด”
•และสามารถละหมาดวิตรฺสามร็อกอะฮ์ โดยละหมาดสองร็อกอะฮ์แล้วให้สลาม จากนั้นจึงละหมาดร็อกอะฮ์ที่สามแยกเดี่ยว
•และเป็นสิ่งที่น่าชอบให้อ่านในร็อกอะฮ์แรก: سَبِّحِ اسْمَ رَبِّكَ الْأَعْلَى
ร็อกอะฮ์ที่สอง: قُلْ يَأَيُّهَا الْكَافِرُونَ ร็อกอะฮ์ที่สาม: قُلْ هُوَ اللَّهُ أَحَدٌ
จากที่กล่าวมาแล้วชัดเจนว่า ท่านสามารถละหมาดวิตรฺได้ด้วย:
สิบเอ็ดร็อกอะฮ์ สิบสามร็อกอะฮ์ เก้าร็อกอะฮ์ เจ็ดร็อกอะฮ์ ห้าร็อกอะฮ์สามร็อกอะฮ์หรือหนึ่งร็อกอะฮ์ โดยความสมบูรณ์สูงสุดคือสิบเอ็ดร็อกอะฮ์ และขั้นต่ำของความสมบูรณ์คือสามร็อกอะฮ์ ส่วนที่ใช้ได้ขั้นต่ำคือหนึ่งร็อกอะฮ์
•และเป็นสิ่งที่ชอบให้กระทำคืออ่านดุอาอ์กุนูตหลังรุกัวะอ์ในละหมาดวิตรฺ โดยให้วิงวอนต่ออัลลอฮ์ พร้อมยกมือ และกล่าวว่า
«اللهم اهدني فيمن هديت…»
“โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงชี้นำข้าพระองค์ในหมู่ผู้ที่พระองค์ทรงชี้นำแล้ว…” จนจบดุอาอ์ที่มีรายงานมา (บันทึกโดยอบูดาวูด อัตติรมิซีย์ อันนะสาอีย์ และอิบนุมาญะฮ์)
