บทเรียนวิชาการอิสลาม ศูนย์อิสลามศึกษามัสยิดดาริสสลาม
ประจำวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
บทเรียนวิชาฟิกฮ์ (หมวดอิบาดาต)อาจารย์ดาวุด รอมาน
คำถาม: อะไรคือสิ่งที่ทำให้การละหมาดเสีย?
คำตอบ: สิ่งที่ทำให้การละหมาดเป็นโมฆะนั้นโดยรวมอยู่ที่ 2 ประการ:-
ประการที่หนึ่ง: การละทิ้งสิ่งที่จำเป็น(เงื่อนไข รุก่นและวายิบ)ในการละหมาด
สำหรับการละทิ้งสิ่งที่จำเป็น เช่น บุคคลจงใจละทิ้ง “รุก่น (เสาหลัก)” ของละหมาด หรือ “เงื่อนไข” ของมัน หรือ “วาญิบ (สิ่งจำเป็น)” ของมันโดยเจตนา
ตัวอย่างการละทิ้งรุก่น: เช่น จงใจไม่ทำรุกูอฺ (การก้ม)
ตัวอย่างการละทิ้งเงื่อนไข: เช่น หันออกจากกิบละฮฺระหว่างละหมาดโดยเจตนา
ตัวอย่างการละทิ้งวาญิบ: เช่น จงใจไม่อ่านตะชะฮุดแรก
ดังนั้น หากละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากสิ่งจำเป็นของละหมาดโดยเจตนา ไม่ว่าจะเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นเงื่อนไข รุก่น หรือวาญิบ การละหมาดของเขาก็เป็นโมฆะ
ประการที่สอง: การกระทำสิ่งที่ต้องห้ามในละหมาด เช่น การมีหะดัษ (ทำให้เสียสภาพการชำระ เช่น ผายลม) ระหว่างละหมาด หรือการพูดคุยแบบมนุษย์ทั่วไป หรือการหัวเราะ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามในละหมาด หากทำโดยเจตนาและรู้ตัว การละหมาดของเขาก็เป็นโมฆะในกรณีนี้
* ที่มา:มัจมูอ์ ฟะตาวาว่ารอซาอิล : เชคมุฮัมมัด ซอลิฮ์ อัลอุซัยมีน เล่มที่13 บท:มักรูฮาติซซอลาฮ์
*สิ่งที่สมควรหรืออนุญาตให้กระทำในละหมาด*
– กันคนไม่ให้เดินผ่านหน้า
• ส่งเสริม (สุนัต) ให้ผู้ที่กำลังละหมาดป้องกันไม่ให้ผู้ใดเดินผ่านด้านหน้าของเขาในระยะใกล้ โดยอาศัยคำพูดของท่านนบี ﷺ ว่า:
“إِذَا كَانَ أَحَدُكُمْ يُصَلِّي؛ فَلَا يَدَعَنَّ أَحَدًا يَمُرُّ بَيْنَ يَدَيْهِ، فَإِنْ أَبَى؛ فَلْيُقَاتِلْهُ؛ فَإِنَّ مَعَهُ الْقَرِين”
“เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านกำลังละหมาด ก็อย่าให้ใครเดินผ่านหน้าของเขา หากผู้นั้นยังดื้อดึง ก็จงขัดขวางเขา เพราะแท้จริงมีชัยฏอนอยู่กับเขา” (บันทึกโดยมุสลิม)
• หากมีสิ่งกั้นอยู่ด้านหน้าผู้ละหมาด คือสิ่งที่ยกสูง เช่น กำแพงหรือสิ่งอื่นก็ไม่เป็นไรที่คนจะเดินผ่านด้านหลังของสิ่งกั้นนั้น และเช่นเดียวกัน
• หากจำเป็นต้องเดินผ่านเพราะที่แคบ ก็สามารถเดินผ่านได้ และผู้ละหมาดไม่ต้องห้าม
• หากละหมาดในมัสยิดฮะรอม ก็ไม่ห้ามการเดินผ่านด้านหน้า เพราะท่านนบี ﷺ เคยละหมาดที่มักกะฮ์ และผู้คนเดินผ่านด้านหน้าท่านโดยไม่มีสิ่งกั้น (บันทึกโดยนักรายงานทั้งห้า)
– วางซุตเราะห์(สิ่งกั้นเขต)
• การตั้งสิ่งกั้นเป็นสุนัตสำหรับผู้ละหมาดคนเดียวและอิหม่าม ตามคำพูดของท่านนบี ﷺ:
“إِذَا صَلَّى أَحَدُكُمْ؛ فَلْيُصَلِّ إِلَى سُتْرَةٍ، وَلْيَدْنُ مِنْهَا “
“เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านละหมาด ก็จงละหมาดไปยังสิ่งกั้น และจงเข้าใกล้มัน” (บันทึกโดยอะบูดาวูด และอิบนุมาญะฮ์ จากหะดีษของอบูสะอีด)
• ส่วนมะมูมสิ่งกั้นของเขาคือสิ่งกั้นของอิหม่าม และการตั้งสิ่งกั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น (วาญิบ) เนื่องจากหะดีษของอิบนุอับบาสที่ว่า เขาละหมาดในที่โล่งโดยไม่มีสิ่งใดอยู่ด้านหน้า (บันทึกโดยอะหมัด และอะบูดาวูด)
• สิ่งกั้นควรตั้งขึ้นในลักษณะคล้ายพนักอานอูฐ คือสูงประมาณหนึ่งศอก ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
เหตุผลของการตั้งสิ่งกั้น คือเพื่อป้องกันไม่ให้คนเดินผ่านด้านหน้า และเพื่อช่วยให้ผู้ละหมาดไม่วอกแวกกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง
• หากอยู่ในที่โล่ง ก็ให้ละหมาดไปยังสิ่งที่ตั้งอยู่ เช่น ต้นไม้ หิน หรือไม้เท้า หากไม่สามารถปักไม้ลงดินได้ ก็ให้นำมาวางขวางด้านหน้า
– มะมูมเตือนอิหม่ามเมื่ออ่านผิดหรือติดขัด
• หากอิหม่ามอ่านกุรอานติดขัด ผู้ตามสามารถช่วยบอกการอ่านที่ถูกต้องได้
• อนุญาตให้ผู้ละหมาดสวมเสื้อผ้า จับถือสิ่งของ วางสิ่งของ เปิดประตู และสามารถฆ่างูหรือแมงป่องได้ เพราะมีคำสั่งให้ฆ่า “สองสีดำ” ในละหมาด คือ งูและแมงป่อง (บันทึกโดยอะบูดาวูด และอัตติรมิซีย์ และท่านระบุว่าหะดีษนี้เศาะฮีห์) แต่ไม่ควรทำการเคลื่อนไหวมากเกินไปโดยไม่มีความจำเป็น หากทำมากและต่อเนื่อง จะทำให้ละหมาดเสีย เพราะขัดกับสภาพของละหมาด
• หากมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น เช่น มีคนขออนุญาตเข้ามา หรือมีสิ่งผิดปกติ หรือเกรงว่ามีคนจะได้รับอันตราย ผู้ละหมาดสามารถเตือนได้ โดยผู้ชายกล่าว “ซุบฮานัลลอฮ์” และผู้หญิงปรบมือ ตามคำพูดของท่านนบี ﷺ:
“إِذَا نَابَكُمْ شَيْءٌ فِي صَلَاتِكُمْ؛ فَلْيُسَبِّحِ الرِّجَالُ، وَلْتُصَفِّقِ النِّسَاءُ”
“เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับพวกท่านในละหมาด ผู้ชายให้กล่าวตัสบีหฺ และผู้หญิงให้ปรบมือ” (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)
– รับสลามด้วยวิธีที่ถูกต้อง
ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ (มักรูฮ์) ที่จะให้สลามแก่ผู้ที่กำลังละหมาด หากเขารู้วิธีตอบ และผู้ละหมาดสามารถตอบสลามด้วยการชี้มือ ไม่ใช่ด้วยคำพูด ดังนั้นห้ามกล่าวว่า “وعليكم السلام” ในละหมาด เพราะหากตอบด้วยคำพูด ละหมาดจะเสีย เนื่องจากเป็นการพูดกับมนุษย์ และสามารถเลื่อนการตอบไปหลังละหมาดได้
– อ่านหลายซูเราะห์
• อนุญาตให้ผู้ละหมาดอ่านหลายซูเราะฮ์ในรอกอะฮ์เดียวกัน เนื่องจากมีรายงานใน “เศาะฮีห์” ว่าท่านนบี ﷺ อ่านซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ อาลิอิมรอน และอันนิสาอ์ ในรอกอะฮ์เดียว
• อนุญาตให้อ่านซ้ำซูเราะฮ์เดียวกันในสองรอกอะฮ์ หรือแบ่งซูเราะฮ์หนึ่งออกเป็นสองรอกอะฮ์ และอนุญาตให้อ่านตอนท้ายหรือกลางของซูเราะฮ์ได้
ตามที่รายงานโดยอะหมัดและมุสลิม จากอิบนุอับบาสว่า ท่านนบี ﷺ อ่านในรอกอะฮ์แรกของละหมาดฟัจญร์ว่า:
{قُولُوا آمَنَّا بِاللَّهِ وَمَا أُنْزِلَ إِلَيْنَا}
“พวกท่านจงกล่าวว่า: เราศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และสิ่งที่ถูกประทานลงมายังพวกเรา”
และในรอกอะฮ์ที่สองอ่านว่า:
{قُلْ يَا أَهْلَ الْكِتَابِ تَعَالَوْا إِلَى كَلِمَةٍ سَوَاءٍ بَيْنَنَا وَبَيْنَكُمْ}
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด): โอ้ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย จงมาสู่ถ้อยคำที่เท่าเทียมกันระหว่างเราและพวกท่าน”
และโดยทั่วไปตามพระดำรัสของอัลลอฮ์ว่า:
{فَاقْرَأُوا مَا تَيَسَّرَ مِنْه}
“ดังนั้น พวกเจ้าจงอ่านเท่าที่สะดวกจากมัน (อัลกุรอาน)”
* แต่ไม่ควรทำบ่อย ควรทำเป็นครั้งคราว
– กล่าวขอความคุ้มครองและขอความเมตตา
• ผู้ละหมาดสามารถกล่าวขอความคุ้มครอง เมื่ออ่านอายะฮ์ที่กล่าวถึงการลงโทษ และขออความเมตตาจากอัลลอฮ์เมื่ออ่านอายะฮ์ที่กล่าวถึงความเมตตา และสามารถกล่าวศ็อลลาวาตแด่ท่านนบีเมื่อมีการกล่าวถึงท่าน
…..ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่ส่งเสริมหรืออนุญาตให้กระทำในละหมาด เรานำเสนอเพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์และนำไปปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ที่ถูกต้องในศาสนา และพึงทราบว่า การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่อนุญาตให้กระทำหรือกล่าวสิ่งใดในนั้น นอกจากที่ศาสนากำหนดจากท่านรอซูล ดังนั้นจงให้ความสำคัญ และเรียนรู้สิ่งที่ทำให้ละหมาดสมบูรณ์และสิ่งที่ทำให้บกพร่อง เพื่อให้ท่านปฏิบัติละหมาดได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด…..
* ที่มา: หนังสือ อัลมุลัคคอส อัลฟิกฮี : เชค ซอลิฮ์ อัลเฟาซาน
